top of page

Start-up Business | รู้จักธุรกิจสตาร์ทอัพ

อัปเดตเมื่อ 19 มี.ค. 2565

สวัสดีครับทุก ๆ คน ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำว่าธุรกิจ "สตาร์ทอัพ (Start-up)" กันก่อนมาใช่ไหมครับ แต่ก็คงมีหลาย ๆ คนที่ยังสงสัยว่าธุรกิจสตาร์ทอัพนี้มันต่างจากธุรกิจทั่ว ๆ ไปหรือธุรกิจ SMEs อย่างไร ซึ่งในบทความนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับว่าสตาร์ทอัพคืออะไร ต่างจากธุรกิจทั่วไปอย่างไร และเราสามารถติดตามข้อมูลธุรกิจสตาร์ทอัพจากที่ไหนได้บ้าง? เอาหล่ะ มาเริ่มกันเลยครับ...


 

ธุรกิจสตาร์ทอัพคืออะไร ?

สตาร์ทอัพเป็นธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างสินค้าและบริการ โดยเริ่มต้นจากแนวความคิด ไอเดีย หรือโครงการ ที่มุ่งหวังจะแก้ปัญหาที่คงอยู่ในชีวิตของผู้คน สิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ

สตาร์ทอัพโดยส่วนมากจะมุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบที่แปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลในการพัฒนาสินค้าและบริการของตน มีการระดมทุนจากผู้สนับสนุนหรือนักลงทุนต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการพัฒนาสินค้าและบริการของตนให้ประสบความสำเร็จและใช้งานได้จริง


ธุรกิจสตาร์ทอัพต่างจากธุรกิจทั่วไปอย่างไร ?

1. ความแปลกใหม่ของสินค้าและบริการ

ธุรกิจทั่วไปจะขายสินค้าและบริการที่มีอยู่แล้วหรือใกล้เคียงกับของเดิม แต่สตาร์ทอัพจะพยายามคิดค้นสินค้าและบริการใหม่ที่แตกต่างจากเดิมขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการใหม่ของผู้บริโภค เช่น สมัยที่ Steve Jobs และ Bill Gate พัฒนา Macintosh และ Microsoft ที่แตกต่างจากการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบเดิม, Mark Suckerberg พัฒนา Facebook ที่เป็นแอพปลิเคชั่นโซเชียลมีเดีย, หรือ Elon Musk ที่พัฒนา PayPal รวมทั้ง SpaceX ด้วย เป็นต้น


2. จุดมุ่งหมายของธุรกิจ

ธุรกิจสตาร์ทอัพและธุรกิจทั่วไปนั้นมีจุดมุ่งหมายการทำธุรกิจที่แตกต่างกัน ธุรกิจทั่วไปจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำกำไรและขยายกิจการให้อยู่รอดเติบโต แต่ธุรกิจสตาร์ทอัพมีจุดมุ่งหมายเพื่อ disrupt สินค้าและบริการเดิมที่มีอยู่แล้ว และมุ่งหวังที่จะก้าวเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งก็ส่งผลให้โมเดลของธุรกิจทั้งสองมีการจัดการและความเสี่ยงที่แตกต่างกันด้วย


3. โมเดลธุรกิจ

ด้วยความที่ธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นธุรกิจที่พยายามคิดค้นสินค้าและบริการใหม่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการพัฒนาสินค้าและบริการของตน มีการสร้างสินค้าและบริการต้นแบบ (Prototype) มีการทดลอง แก้ไข ปรับปรุงสินค้าและบริการของต้นเองรวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรและการเงินอยู่ค่อนข้างนานจนกว่าโมเดลธุรกิจจะเข้าที่และพร้อมให้บริการสินค้าและบริการนั้น แต่ธุรกิจทั่วไปมีความคล้ายคลึงกันค่อนข้างสูง ทำให้เสียเวลาในการจัดการปัญหาดังกล่าวน้อยกว่า สามารถทำตามธุรกิจที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้


4. ความเสี่ยง

เนื่องจากธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นธุรกิจที่มาจากไอเดียสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ ทำให้มีหลักการเอาไว้ยึดเป็นแบบแผนค่อนข้างน้อย ความเสี่ยงของธุรกิจประเภทจึงสูงมาก แต่ธุรกิจทั่ว ๆ มีแบบแผนมากกว่า ทั้งกระบวนการผลิต การส่งมอบ และการบริหารจัดการสามารถศึกษาและลอกเลียนแบบจากธุรกิจที่ใกล้เคียงกันได้ ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ จากสถิติพบว่าธุรกิจทั่วไปมีโอกาสอยู่รอดในปีแรกถึง 8 ใน 10 แต่สตาร์ทอัพมีโอกาสอยู่รอดในปีแรกเพียงแค่ 1 ใน 10 เท่านั้น (และมีโอกาสรอดในปีถัด ๆ ไป แค่ 2 ใน 10)


5. การระดมทุน

ธุรกิจทั่วไปที่เป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขาดเล็กจะเริ่มต้นจากการใช้เงินส่วนตัว ยืมจากญาติพี่น้องหรือบุคคลใกล้ชิด หรืออาจจะมีการกู้เงินจากธนาคารด้วยบางส่วน แต่ธุรกิจสตาร์ทอัพจะมีการเปิดระดมทุนจากผู้ที่สนใจหรือนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสในโมเดลธุรกิจนั้น ซึ่งทำให้ในธุรกิจสตาร์ทอัพ ผู้คิดค้นไอเดียจะไม่ใช่เจ้าของธุรกิจแบบ 100 % เนื่องจากผู้ที่ลงทุนจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลในธุรกิจค่อนข้างมาก ต่างจากธุรกิจทั่วไปที่ผู้ก่อตั้งธุรกิจมีความเป็นเจ้าของในธุรกิจของตัวเองทั้งหมด


แหล่งข้องมูลธุรกิจสตาร์ทอัพ

ปัจจุบันมีบุคคลที่พยายามคิดค้นแนวคิดและไอเดียใหม่ ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างก็ให้การสนับสนุนด้วย ทำให้มีการจัดอีเว้นท์ประกวดและจัดแสดงสตาร์ท ซึ่งในอีเว้นท์เหล่านั้นยังมีการระดมทุนจากนักลงทุนหรือผู้ที่สนใจร่วมลงทุนด้วย นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ที่รวบรวมไอเดียธุรกิจสตาร์ทอัพต่าง ๆ พร้อมเปิดให้ระดมทุนแบบออนไลน์ได้ด้วย ตัวอย่างเว็บไซต์ข่าวสารและอีเว้นท์ของไทย เช่น startupthailand.org เว็บไซต์ระดมทุนสตาร์ทอัพของไทย เช่น xuxu.fund หรือถ้าใครสนใจเป็นสตาร์ทอัพของต่างประเทศ ก็สามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ เช่น kickstarter หรือ indiegogo เป็นต้น

ดู 336 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page